องค์การอนามัยโลกยกไทยประสบความสำเร็จยุติ’เชื้อเอชไอวี’จากแม่สู่ลูก

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปร่วมการประชุมระดับสูงของสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยโรคเอดส์และเอชไอวี (United Nations General Assembly High-level Meeting on HIV/AIDS) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับเกียรติบัตรจากองค์การอนามัยโลก รับรองว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกตามเป้าหมายโลก คือ มีอัตราต่ำกว่าร้อยละ 2 ซึ่งเป็นประเทศแรกของเอเชีย และเป็นประเทศที่ 2 ของโลก หลังจากที่ประเทศคิวบาได้รับรางวัลนี้เมื่อปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ข้อมูลในปี 2558 พบว่าเด็กติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ลดลงจาก 12.2 รายต่อแสนการเกิดมีชีพในปี 2557 เป็น 11.5 รายต่อแสนการเกิดมีชีพในปี 2558 และการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากร้อยละ 10.3 ในปี 2543-2546 เหลือร้อยละ 2.0 ในปี 2557 และร้อยละ 1.9 ในปี 2558 รวมทั้งอัตราการติดเชื้อซิฟิลิสแต่กำเนิดลดลงจาก 11.2 รายต่อแสนการเกิดมีชีพในปี 2557 เหลือ 10.9 รายต่อแสนการเกิดมีชีพในปี 2558 โดยไทยได้ทำหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อขอรับการประเมินรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกจากองค์การอนามัยโลก ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 จนได้รับการรับรองจากจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศในเดือนเมษายน 2559

นพ.ปิยะสกลกล่าวต่อว่า ความสำเร็จของประเทศไทยในครั้งนี้ มาจากความมุ่งมั่นและนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล และความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชน และภาคประชาสังคม ที่ทำงานร่วมกันกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมถึงระดับชุมชน ความเข้มแข็งของการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งหญิงที่มาฝากครรภ์ทุกคนจะได้รับการเจาะเลือดหาเชื้อเอชไอวี และได้รับยาต้านไวรัสทันทีตั้งแต่ทราบผลว่าติดเชื้อเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไปสู่ทารก ซึ่งเมื่อได้รับการรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี และเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกจากองค์การอนามัยโลกในครั้งนี้แล้ว ประเทศไทยจะต้องรักษามาตรฐานการทำงานการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก และขยายการยุติเอดส์ไปสู่กลุ่มประชากรเป้าหมายอื่นๆ มีการวางเป้าหมาย และเพิ่มความเข้มแข็งของการดำเนินงานในระดับจังหวัดถึงระดับชุมชน การเสริมพลังให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และเชื้อซิฟิลิส ในการเข้าถึงการรักษา และการติดตามในชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลด้วย ... ที่มา มติชน